#RayZingAquarium EP4 วัฏจักรไนโตรเจนในตู้ปลา (Nitrogen Cycle) | วัฏจักรไนโตรเจน 4 ขั้นตอน

by adminrecords
0 comment

#RayZingAquarium EP4 วัฏจักรไนโตรเจนในตู้ปลา (Nitrogen Cycle)


นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูความรู้เพิ่มเติมที่นี่

วัฏจักรไนโตรเจน ในตู้ปลา แอมโมเนีย ไนไตร ไนเตรท และการรันน้ำ (Nitrogen Cycling)
กด RayZingAquarium เพื่อดูวีดีโอรวมสาระดีดีเกี่ยวกับการเลี้ยงปลาสวยงามในตู้ที่มีระบบนิเวศที่สมบูรณ์คล้ายธรรมชาติ
อยากรู้วิธีสร้างธรรมชาติใต้น้ำไว้ในบ้าน กดที่รูปโลโก้ช่อง RayZing และกดปุ่มติดตาม (Subscribed)
00:00 สวัสดีคนรักปลาทุกท่าน
02:27 Intro
02:44 ค้นหาคำว่า \”Nitrogen Cycle in Aquarium\”
03:26 สารประกอบไนโตรเจน 3 ตัวที่เป็นอันตรายต่อปลา แอมโมเนีย ไนไตรท์ ไนเตรท
04:26 กระบวนการเกิดไนโตรเจนในตู้ปลา แบ็คทีเรียชื่อ Nitrosomonas กินแอมโมเนีย และ Nitrobacter กินไนไตรท์
06:12 วิธีการรันน้ำ (Nitrogen Cycling) ต้องทำก่อนลงปลา เพื่อสร้างแบ็คทีเรียดี (Beneficial Bacteria) ให้เกิดขึ้นในระบบกรองชีวภาพ แบ็คทีเรียจะมาช่วยจัดการ กินแอมโมเนียและไนไตรท์ให้หมดไปจากตู้ปลา
07:18 วีธีการเลี้ยงแบ็คทีเรียดี โดยการซื้อแบ็คทีเรียสำเร็จรูป (Aquarium Bacteria Starter) มาใส่ตู้ มีขายทั้งแบบผงและแบบน้ำ
08:34 แนะนำวีดีโอสาระดีดีสำหรับคนเลี้ยงปลาสวยงาม
วัฏจักรไนโตรเจน

#RayZingAquarium EP4 วัฏจักรไนโตรเจนในตู้ปลา (Nitrogen Cycle)

ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม ม.1 | วัฏจักรไนโตรเจน


จุดประสงค์การเรียนรู้ เมื่อเรียนจบแล้ว นักเรียนสามารถ
1) อธิบายการเปลี่ยนแปลงของไนโตรเจนในวัฏจักรได้
2) วาดแผนผังวัฏจักรไนโตรเจนได้

ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม ม.1 | วัฏจักรไนโตรเจน

Making it rain experiments. Rain clouds with food coloring and shaving cream


Making it rain experiments. Rain clouds with food coloring and shaving cream
An easy to do at home project. Make it rain with food coloring rom a shaving cream cloud. So easy and so much fun. Kids love it!
The water cycle, also known as the hydrological cycle or the H2O cycle, describes the continuous movement of water on, above and below the surface of the Earth. The mass of water on Earth remains fairly constant over time but the partitioning of the water into the major reservoirs of ice, fresh water, saline water and atmospheric water is variable depending on a wide range of climatic variables. The water moves from one reservoir to another, such as from river to ocean, or from the ocean to the atmosphere, by the physical processes of evaporation, condensation, precipitation, infiltration, surface runoff, and subsurface flow. In doing so, the water goes through different phases: liquid, solid (ice) and vapor.
The water cycle involves the exchange of energy, which leads to temperature changes. For instance, when water evaporates, it takes up energy from its surroundings and cools the environment. When it condenses, it releases energy and warms the environment. These heat exchanges influence climate.
The evaporative phase of the cycle purifies water which then replenishes the land with freshwater. The flow of liquid water and ice transports minerals across the globe. It is also involved in reshaping the geological features of the Earth, through processes including erosion and sedimentation. The water cycle is also essential for the maintenance of most life and ecosystems on the planet.
Contents [hide]
1 Description
1.1 Processes
2 Residence times
3 Changes over time
4 Effects on climate
5 Effects on biogeochemical cycling
6 Slow loss over geologic time
7 History of hydrologic cycle theory
7.1 Floating land mass
7.2 Source of rain
7.3 Precipitation and percolation
7.4 Precipitation alone
8 See also
9 References
10 Further reading
11 External links
Description[edit]
The sun, which drives the water cycle, heats water in oceans and seas. Water evaporates as water vapor into the air. Ice and snow can sublimate directly into water vapour. Evapotranspiration is water transpired from plants and evaporated from the soil. The water vapour molecule H
2O, has less density compared to the major components of the atmosphere, nitrogen and oxygen, N
2 and O
2. Due to the significant difference in molecular mass, water vapor in gas form gain height in open air as a result of buoyancy. However, as altitude increases, air pressure decreases and the temperature drops (see Gas laws). The lowered temperature causes water vapour to condense into a tiny liquid water droplet which is heavier than the air, such that it falls unless supported by an updraft. A huge concentration of these droplets over a large space up in the atmosphere become visible as cloud. Fog is formed if the water vapour condense near ground level, as a result of moist air and cool air collision or an abrupt reduction in air pressure. Air currents move water vapour around the globe, cloud particles collide, grow, and fall out of the upper atmospheric layers as precipitation. Some precipitation falls as snow or hail, sleet, and can accumulate as ice caps and glaciers, which can store frozen water for thousands of years. Most water falls back into the oceans or onto land as rain, where the water flows over the ground as surface runoff. A portion of runoff enters rivers in valleys in the landscape, with streamflow moving water towards the oceans. Runoff and water emerging from the ground (groundwater) may be stored as freshwater in lakes. Not all runoff flows into rivers, much of it soaks into the ground as infiltration. Some water infiltrates deep into the ground and replenishes aquifers, which can store freshwater for long periods of time. Some infiltration stays close to the land surface and can seep back into surfacewater bodies (and the ocean) as groundwater discharge. Some groundwater finds openings in the land surface and comes out as freshwater springs. In river valleys and floodplains there is often continuous water exchange between surface water and ground water in the hyporheic zone. Over time, the water returns to the ocean, to continue the water cycle.
Precipitation
Condensed water vapor that falls to the Earth’s surface . Most precipitation occurs as rain, but also includes snow, hail, fog drip, graupel, and sleet.[1] Approximately 505,000 km3 (121,000 cu mi) of water falls as precipitation each year, 398,000 km3 (95,000 cu mi) of it over the oceans.[2] The rain on land contains 107,000 km3 (26,000 cu mi) of water per year and a snowing only 1,000 km3 (240 cu mi).[3] 78% of global precipitation occurs over the ocean.[4]
Canopy interception
The precipitation that is intercepted by plant foliage, eventually evaporates back to the atmosphere rather than falling to the ground.
Snowmelt
The runoff produced by melting snow.
Runoff

See also  ข้อกำหนดระบบ BRC ISSUE 6 ( Packaging ) แบบตรงๆแน่นๆ | ระบบ brc

Making it rain experiments.  Rain clouds with food coloring and shaving cream

วัฏจักรไนโตรเจน ระบบกรอง จุลินทรีย์สำเร็จรูป เรื่องสำคัญ พื้นฐานการเลี้ยงปลา EP6


วัฏจักรไนโตรเจน ระบบกรอง จุลินทรีย์สำเร็จรูป ข้อมูลพื้นฐานสำคัญในการเลี้ยงปลาทอง และปลาสวยงามต่างๆ
จุลินทรีย์ แบคทีเรีย แบบน้ำ แบบเจล แบบผง เลือกแบบไหนดี?
วัฏจักรไนโตรเจน ระบบกรอง จุลินทรีย์สำเร็จรูป
Biological Nitrifying High Activity https://bit.ly/3icLT9t
Pure Pond https://bit.ly/2XPedrl
Tetra Test NO2/NO3/pH/GH/KH/NH3/NH4/6in1 (ชุดทดสอบไนไตรต์ , pH น้ำจืด , วัดค่า GH ความด่างน้ำ , ค่า KH , ค่าแอมโมเนีย) https://bit.ly/3i7PTba
Pool Test Strips 14 In1 Drinking Water Test Strip Water Test Simple and Fast Hardness Test PH Bromine Nitrate https://bit.ly/3ucF10J
Seachem Ammonia alert / pH alert https://bit.ly/3kEoejT
วัสดุกรองหินพัมมิส https://bit.ly/3CIYBoe
วัสดุกรอง Ceramic Ring เซรามิกริง https://bit.ly/3ob8ffA
วัสดุกรอง AquaRio Neo Media Pure https://bit.ly/39DsgTt
วัสดุกรอง AC Filter Medium https://bit.ly/3zN7bQW
อวนเก่า https://bit.ly/3obqnpi
วัฏจักรไนโตรเจน (อังกฤษ: Nitrogen Cycle) คือ วัฏจักรทางชีวธรณีเคมี ซึ่งอธิบายถึงการแปลงสภาพของไนโตรเจนและสารประกอบที่มีไนโตรเจนเป็นส่วนประกอบในธรรมชาติ
วัฏจักรไนโตรเจน
หลักการแปลงสภาพพื้นฐาน
แหล่งกำเนิดหลักของไนโตรเจนนั้นมาจากอากาศ ซึ่งอยู่ในรูปของ N2 ในอากาศอยู่ประมาณ 78% ก๊าซไนโตรเจนนี้คือส่วนสำคัญในกระบวนการทางชีววิทยาหลายกระบวนการ เช่นการที่ไนโตรเจนเป็นส่วนประกอบในกรดอะมิโน (ที่จริงแล้วคำว่า \”อะมิโน\” มาจากก๊าซซึ่งมีไนโตรเจนประกอบเป็นองค์ประกอบส่วนใหญ่) , เป็นองค์ประกอบในโปรตีน และเป็นสารหลักๆ ในสารทั้ง 4 ที่อยู่ในกรดนิวคลีอิกต่างๆ เช่น DNA วัฏจักรไนโตรเจนเป็นส่วนที่จำเป็นในการแปลงสภาพจากไนโตรเจนในรูปของก๊าซไปสู่รูปแบบสารที่สิ่งมีชีวิตสามารถนำไปใช้ได้
สิ่งมีชีวิตทุกชนิดต้องการไนโตรเจนในรูปแบบต่างๆกัน แต่มีสิ่งมีชีวิตไม่กี่ชนิดเท่านั้นที่ตรึงก๊าซไนโตรเจนจากบรรยากาศมาใช้ได้
การตรึงไนโตรเจน
สิ่งมีชีวิตที่ตรึงไนโตรเจนได้มี 2 กลุ่มใหญ่ๆคือ
จุลินทรีย์ที่ตรึงไนโตรเจนได้อย่างเป็นอิสระ ในดินจะเป็นกิจกรรมของจุลินทรีย์ เช่น Azotobactor, Beijerinckia, Pseudomonas, Rlebsiella และแอกติโนมัยสีตบางตัว โดยทั่วไปอัตราการตรึงไนโตรเจนจะต่ำ เว้นแต่เมื่อเข้าไปอยู่ในไรโซสเฟียร์และได้รับสารอินทรีย์จากรากพืช อัตราการตรึงไนโตรเจนจะสูงขึ้น ในน้ำจะเป็นกิจกรรมของสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน เช่น Anabeana, Nostoc, Aphanizomehon,Gloeotrichia, Calothrix
จุลินทรีย์ที่ตรึงไนโตรเจนเมื่ออยู่ร่วมกับสิ่งมีชีวิตอื่น มีหลายกลุ่มได้แก่
แบคทีเรีย Frankia เป็นการเกิดปมระหว่าง Actinorhizea (Frankia) กับพืชใบเลี้ยงคู่ที่ไม่ใช่พืชตระกูลถั่ว ส่วนใหญ่เป็นไม้พุ่มหรือไม้ยืนต้น พบในเขตอบอุ่น แต่ก็มีหลายชนิดพบในเขตร้อนด้วย เช่น Purshia tridenta ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจในแอฟริกา หรือสนประดิพัทธ์และสนทะเล (สกุล Casuarina) ที่ปลูกได้ในประเทศไทย Frankia เป็นแบคทีเรียที่พบในปมของพืชที่ไม่ใช่พืชตระกูลถั่ว เป็นสกุลที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับแอกติโนมัยสีท แบ่งได้เป็นกลุ่มที่สร้างสปอแรงเจียภายในปม ซึ่งเจริญได้ช้า ตรึงไนโตรเจนได้น้อย คัดแยกให้บริสุทธิ์ได้ยาก กับกลุ่มที่ไม่สร้างสปอแรงเจีย ที่เจริญได้เร็วกว่า
สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินที่อยู่ร่วมกับพืช ที่สำคัญคือ Anabeana ที่อยู่ร่วมกับแหนแดง และ Nostoc ซึ่งอยู่ร่วมกับปรง และไลเคน อย่างไรก็ตาม สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินมีแหล่งอาศัยที่หลากหลายกว่าระบบการตรึงไนโตรเจนอื่นๆ และที่น่าสังเกตคือในขณะที่ไรโซเบียมและ Frankia อยู่ร่วมกับพืชชั้นสูง แต่สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินจะอยู่ร่วมกับพืชที่มีวิวัฒนาการต่ำกว่า เช่น ไลเคน ลิเวอร์เวิร์ต เฟิน จิมโนเสปิร์ม เป็นต้น
ไรโซเบียมที่อยู่ในปมของพืชตระกูลถั่ว เป็นระบบที่มีประสิทธิภาพมากเมื่อเทียบกับระบบอื่นๆ
การเปลี่ยนรูปของไนโตรเจนหลังการตรึง
เมื่อก๊าซไนโตรเจนถูกตรึงโดยสิ่งมีชีวิต จะอยู่ในรูปแอมโมเนียมอิออน ส่วนหนึ่งจะนำไปใช้ในกระบวนการสร้างสารอินทรีย์ ส่วนหนึ่งจะถูกเปลี่ยนเป็นไนไตรท์ และไนเตรต โดยแบคทีเรีย Nitrosomonas และ Nitrobactor ตามลำดับ กระบวนการนี้เรียกว่าไนตริฟิเคชัน ในขณะที่ไนโตรเจนที่อยู่ในสารอินทรีย์เมื่อถูกย่อยสลายจะได้แอมโมเนียมอิออนเช่นเดียวกัน
การเปลี่ยนแอมโมเนียมอิออนไปเป็นไนเตรตอิออนมีผลต่อการเคลื่อนย้ายของไนโตรเจนในดิน เพราะไนเตรตอิออนละลายน้ำได้ดีถูกดูดซับโดยออนุภาคของดินได้น้อย จึงถูกชะและพัดพาไปโดยกระแสน้ำได้ง่าย นอกจากนั้น ไนเตรตอิออนส่วนหนึ่งจะถูกใช้โดย Denitrifying bacteria ได้เป็นก๊าซไนโตรเจนซึ่งจะระเหยออกจากดินกลับสู่ชั้นบรรยากาศในที่สุด

See also  🎯5 ข้อต้องรู้ ปัสสาวะแบบไหนเสี่ยงไตวายไตเสื่อม|โปรตีนรั่ว|ฉี่เป็นฟอง|ฉี่เป็นเลือด | ฉี่เหลือง

วัฏจักรไนโตรเจน ระบบกรอง จุลินทรีย์สำเร็จรูป เรื่องสำคัญ พื้นฐานการเลี้ยงปลา EP6

Clean Old Aquarium Glass – Mineral Buildup \u0026 Stains


Learn Clean Old Aquarium Glass of Mineral Buildup \u0026 Stains. This is a little guy that I put together on how to clean fish aquariums of stains and buildup on the glass. I’ve been in this hobby for a very long time and I’ve tried almost all different types of methods when it comes to cleaning fish tanks. This is my favorite way to do it and I feel like it’s worth sharing so that others can possibly learn from it.
Additional questions and commentary:
My PH kept reading 7.6 so did a high PH test and it looks like 8.0. So it’s high. I’ve lost all my fish…first nice ones and now the second round of dither fish. My two other smaller tanks are fine. Ideas? Suggestions?
Other Related Video:
https://youtu.be/P_TXPGPiajY
it looks like your ammonia is a little green and tbh your nitrate should never be 0 buddy. Right about ammonia need add little prime .. That Nitrate bad maybe they seems didn’t shake few minute it might stay yellow.
Your nitrogen cycle crashed. The ammonia quite possibly killed the fish. So sorry for your loss. question… he is showing no ammonia … so why would that kill his fish? Also if there is no ammonia and there is fish in the tank.. wouldn’t that mean the tank is cycled? Just trying to learn here.
But when a tank is cycled unless it’s heavily planted it will have some nitrates. If no nitrates and no plants then the cycle has crashed or it was never cycled even if there’s no ammonia. Almost all cichlids want a ph of 8 or higher, so you’re good there. The fact that you have no nitrate means that your tank crashed, or was never fully cycled to begin with, and you have little to no beneficial bacteria. Is it a new tank?
But do you really need 8ph for cichlids that have been farmed raised and never actually came from lake Malawi?
But what’s to say the farm doesn’t have a ph of that? What’s to say the breeder you’re getting them from doesn’t have a ph of that? (I know the breeders I get mine from do).
That being said, their biological makeup is based on a higher PH. Does that mean they can’t survive in lower… no. But it means they are more prone to illnesses outside of their biological ranges. The bigger issue with PH, is big swings. Say getting them from a breeder that keeps them at 8.0+, and someone throwing them in a tank with 7.0. That swing will more than likely kill your fish.
Breeding, growing, color, general health are all dependent on overall water conditions, and those conditions include keeping them in a proper PH range. As a fish keeper, you should be trying to keep your fish as healthy as possible.
You could technically be in the second stage of the cycle, where your nitrites are spiking, in which you’re still not there quite yet.
But yes, if you have fish in a tank, and the tank is reading no ammonia, no nitrite, and low nitrate, that means that the beneficial bacteria is established and they are turning the ammonia and nitrite into nitrate, and your tank is cycled.
You’re tank cycle crashed or your new tank hasn’t completed the cycle. If you have South American cichlids 8.0 ph is like breathing concrete dust if they’re African cichlids it’s absolutely perfect.
Honestly with the API kits you need to shake the shit out of the nitrate bottles to get a proper reading. Then you’ll know, also by the looks of the ammonia do a 3040% change ASAP.
We got a little frontosa this week and I can’t wait to see him/her grow. For those of you with mixed tanks (i acknowledge they do best in large colonies, but that’s not what i am planning), how many frontosa do you have? How big is your tank? LFS employee told me if i wasn’t doing a colony that they prefer to be singular and might kill eachother if there’s only two/three but i just love him so much.
I’ve kept many tanks with Fronts for several years, still do. They do better in colonies and with other Frontosa. I’ve kept as few as 3 and as many as 16 or 18 together, in smaller tanks as fry from 20 gallons or so up to 120 gallon tanks. If several males are together they can sometimes kill each other off, just like most cichlids but are much less violent than most Africans. Currently I have 8 Mpimbwe in a 75 gallon that average about 23\”. I have 9 Kigoma Fronts in a 120 gallon, they are 48\” in size.
If you want good info on Frontosas join a FB Frontosa group. There are a couple out there. Most serious Frontosa keepers will tell you species only tanks furthermore they will tell you to never mix collection points or sub species. I mainly have two subspecies which are Burundi (6 striped, big humps) and Kigoma (7 striped, tinge yellow fins). The more exquisite ones are Blue Zaires which cost upwards of $60 an inch.
How to clean old fish aquarium glass water stains and mineral calcium buildup.
Made a lot of progress on the tank over the weekend. I had a room built into my garage to house everything in it such that the tank.

See also  สร้างแบบทดสอบและมอบเกียรติบัตรออนไลน์ ฟรี!! ภายใน 20 นาที #เกียรติบัตรออนไลน์ #googleฟอร์ม | รับ ทํา ใบ ประกาศนียบัตร

Clean Old Aquarium Glass - Mineral Buildup \u0026 Stains

นอกจากการดูหัวข้อนี้แล้ว คุณยังสามารถเข้าถึงบทวิจารณ์ดีๆ อื่นๆ อีกมากมายได้ที่นี่: ดูบทความเพิ่มเติมในหมวดหมู่Wiki

You may also like

Leave a Comment