ระเบิดนิวเคลียร์ ฮิโรชิมะและนางาซากิ (EarthX) | สงครามโลกครั้งที่ 1 ppt

by adminrecords
0 comment

ระเบิดนิวเคลียร์ ฮิโรชิมะและนางาซากิ (EarthX)


นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

วันที่ 6 สิงหาคม และวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2488
สถานที่ ฮิโรชิมะ และ นางาซากิ, จักรวรรดิญี่ปุ่น
ผลลัพธ์ ฝ่ายสัมพันธมิตรชนะอย่างเด็ดขาด
คู่ขัดแย้ง สหรัฐ โครงการแมนฮัตตัน
สหราชอาณาจักร แคนาดา จักรวรรดิญี่ปุ่น
ผู้บัญชาการหรือผู้นำ
สหรัฐ William S. Parsons
สหรัฐ Paul W. Tibbets, Jr.
สหรัฐ Charles Sweeney
สหรัฐ Frederick Ashworth จักรวรรดิญี่ปุ่น Shunroku Hata
กองทัพ
Manhattan District: 50 U.S., 2 British
509th Composite Group: 1,770 U.S. Second General Army:
Hiroshima: 40,000 (5 Antiaircraft batteries)
Nagasaki: 9,000 (4 Antiaircraft batteries)
กำลังพลสูญเสีย
เชลยศึก ชาวบริติช, ชาวดัตช์,และ อเมริกัน 20 คน เสียชีวิต
ฮิโรชิมะ:
ทหาร 20,000+ คน เสียชีวิต
พลเรือน 70,000–146,000 คน เสียชีวิต
นางาซากิ:
39,000–80,000 คน เสียชีวิต
รวม: 129,000–246,000+ คน เสียชีวิต
การทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ที่ฮิโรชิมะและนางาซากิ เป็นการโจมตีจักรวรรดิญี่ปุ่นด้วยอาวุธนิวเคลียร์ของสหรัฐอเมริกา เมื่อปลายสงครามโลกครั้งที่สอง โดยคำสั่งของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา แฮร์รี เอส. ทรูแมน เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม และวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2488 หลังจากการโจมตีทิ้งระเบิดเพลิงตามเมืองต่าง ๆ 67 เมืองของญี่ปุ่นอย่างหนักหน่วงเป็นเวลาติดต่อกันถึง 6 เดือน สหรัฐอเมริกาจึงได้ทิ้ง \”ระเบิดปรมาณู\” หรือที่เรียกในปัจจุบันว่าระเบิดนิวเคลียร์ที่มีชื่อเล่นเรียกว่า \”เด็กน้อย\” หรือ \”ลิตเติลบอย\” ใส่เมืองฮิโรชิมะในวันจันทร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2488 ตามด้วย \”ชายอ้วน\” หรือ \”แฟตแมน\” ลูกที่สองใส่เมืองนางาซากิโดยให้จุดระเบิดที่ระดับสูงเหนือเมืองเล็กน้อย นับเป็นระเบิดนิวเคลียร์เพียง 2 ลูกเท่านั้นที่นำมาใช้ในประวัติศาสตร์การทำสงคราม
การระเบิดทำให้มีผู้เสียชีวิตที่ฮิโรชิมะ 140,000 คนและที่นางาซากิ 80,000 คนโดยนับถึงปลายปี พ.ศ. 2488 จำนวนคนที่เสียชีวิตทันทีในวันที่ระเบิดลงมีจำนวนประมาณครึ่งหนึ่งของจำนวนที่กล่าวนี้ และในระยะต่อมาก็ยังมีผู้เสียชีวิตด้วยการบาดเจ็บหรือจากการรับกัมมันตรังสีที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากการระเบิดอีกนับหมื่นคน ผู้เสียชีวิตเกือบทั้งหมดในทั้ง 2 เมืองเป็นพลเรือน
หลังการทิ้งระเบิดลูกที่สองเป็นเวลา 6 วัน ญี่ปุ่นประกาศตกลงยอมแพ้สงครามต่อฝ่ายพันธมิตรเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2488 และลงนามในตราสารประกาศยอมแพ้สงครามมหาสมุทรแปซิฟิกที่นับเป็นการยุติสงครามโลกครั้งที่สอง อย่างเป็นทางการในวันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2488 (นาซีเยอรมนีลงนามตราสารประกาศยอมแพ้และยุติสงครามโลกครั้งที่สองในทวีปยุโรปอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2488) การทิ้งระเบิดทั้งสองลูกดังกล่าวมีส่วนทำให้ประเทศญี่ปุ่นต้องยอมรับหลักการ 3 ข้อว่าด้วยการห้ามมีอาวุธนิวเคลียร์
โครงการแมนฮัตตัน
สหรัฐอเมริกา อังกฤษและแคนาดา ได้ร่วมมือกันตั้งโครงการลับ \”ทูบอัลลอยด์\” และ \”สถานีวิจัยคลาค รีเวอร์\” เพื่อออกแบบและพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ลูกแรก ภายใต้โครงการที่เรียกว่า \”โครงการแมนฮัตทัน\” ภายใต้การค้นคว้าวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ และนักฟิสิกส์อเมริกัน นาม เจ. โรเบิร์ต ระเบิดปรมาณูที่ใช้ถล่มเมืองฮิโรชิมะของญี่ปุ่น ที่ชื่อ \”ลิตเติลบอย\” นั้น ได้ใช้ ยูเรเนียม 235, ลูกระเบิดลูกแรกถูกทดสอบที่ ทรีนิตี้, นิวเม็กซิโก ในวันที่ 16 กรกฎาคม 2488 ส่วนระเบิดที่ชื่อ “แฟตแมน” ซึ่งใช่ถล่มนางาซากินั้นใช้ พลูโตเนียม 239
การเลือกเป้าหมายทิ้งระเบิด
แผนที่แสดงตำแหน่งเมืองฮิโรชิมะและนางาซากิ ประเทศญี่ปุ่นที่ถูกทิ้งระเบิดปรมาณู ในวันที่ 10 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2488 ได้มีการคัดเลือกเป้าหมายที่ Los Alamos นำโดยเจ. โรเบิร์ต นักฟิสิกส์ ใน \”โครงการแมนฮัตทัน\” ได้แนะนำ เป้าหมายสำหรับระเบิดลูกแรก คือ เมืองเกียวโต, ฮิโรชิมะ, โยโกฮามา โดยใช้เงื่อนไขที่ว่า
เป้าหมายต้องมีพื้นที่ขนาดใหญ่เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3 ไมล์และเป็นเขตชุมชุนที่สำคัญขนาดใหญ่
ระเบิดต้องสามารถทำลายล้างและสร้างความเสียหายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เป้าหมายมียุทโธปกรณ์และที่ตั้งของทหารต้องได้รับการระบุที่ตั้งแน่นอน เพื่อป้องกันหากการทิ้งระเบิดเกิดข้อผิดพลาด
ฮิบะกุชะ
ผู้เสียชีวิตจากสารกัมมันตรังสี
ผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ระเบิดในครั้งนั้น เรียกจุดที่ระเบิดถูกทิ้งลงใส่ฮิโรชิมะ ว่า \”ฮิบะกุชะ\” ในภาษาญี่ปุ่นหรือแปลเป็นภาษาไทยว่า \”จุดระเบิดที่มีผลกระทบต่อชาวญี่ปุ่น\” ด้วยเหตุนี้ ญี่ปุ่นจึงมีนโยบายต่อต้านการใช้ระเบิดปรมาณู ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และประกาศเจตนาให้โลกรู้ว่า ญี่ปุ่นมีนโยบายจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับอาวุธนิวเคลียร์ ในวันที่ 31 เดือนมีนาคม 2551 \”ฮิบะกุชะ\” มีรายชื่อผู้เสียชีวิตจากทั้งสองเมืองของญี่ปุ่น ที่ถูกจารึกไว้ประมาณ 243,692 คน และในเดือนสิงหาคมของปีเดียวกัน มีรายชื่อผู้เสียชีวิตที่ถูกจารึกไว้เพิ่มขึ้นมากกว่า 400,000 คน โดยแบ่งออกเป็นเมืองฮิโรชิมะ 258,310 คน และเมืองนางาซากิ 145,984 คน
ผู้รอดชีวิตชาวเกาหลี
ในระหว่างสงครามนั้น ญี่ปุ่นได้เกณฑ์แรงงานชาวเกาหลีไปใช้งานอย่างทาสในทั้งสองเมือง ทั้งฮิโรชิมะ และนางาซากิ ปัจจุบันคาดการณ์ว่ามีชาวเกาหลีที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ระเบิดนิวเคลียร์ในประเทศญี่ปุ่น ที่เมืองฮิโรชิมะ ประมาณ 20,000 คน และอีกประมาณ 2,000 คน เสียชีวิตที่เมืองนางาซากิ ซึ่งประชากรเกาหลีที่เสียชีวิตในเหตุการณ์นี้มากถึง 1 ใน 7 ของจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมด ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ชาวเกาหลีพยายามต่อสู้เพื่อรับการดูแลรักษาผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ อย่างไรก็ตาม ทุกคนได้รับการเยียวยาภายใต้กฎหมายในปัจจุบัน
PvisetsinghEarthX ระเบิดนิวเคลียร์ สารคดี2019 สารคดีล่าสุด

See also  ตะลุยโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัยชลบุรี จะเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหนกัน!! |MESOOK FARM | จุฬาพร ชลบุรี

ระเบิดนิวเคลียร์ ฮิโรชิมะและนางาซากิ (EarthX)

สารคดี : สงครามโลกครั้งที่ 2 การบุกโปแลนด์และฝรั่งเศส (ภาพสีหาชมยาก)


See also  SURVIVAL SKILLS : refining iron ore | iron ore คือ

😊หากรับชมแล้วชื่นชอบ😆 ก็ฝากกดติดตามให้กันบ้างนะคะ 🙏🥰ขอบคุณมากๆค่ะ🙏💞

สารคดี : สงครามโลกครั้งที่ 2 การบุกโปแลนด์และฝรั่งเศส (ภาพสีหาชมยาก)

สารคดี – สงครามโลกครั้งที่ 1 (2021)


สารคดี - สงครามโลกครั้งที่ 1 (2021)

The 1950s in Color – Life in America


Please consider supporting Recollection Road on
Patreon for just $3:
https://www.patreon.com/recollectionroad

If you are interested in investing, consider using my links below:
Coinbase: https://www.coinbase.com/join/J1R8NF
Robinhood: https://join.robinhood.com/toddc8bea8880

The ’50s are arguably the most nostalgic years in US history.
The decade was marked by the postWorld War II boom, the dawn of the Cold War and the Civil Rights movement in the United States.
The roles within the \”ideal\” American family were clearly defined. The father was the breadwinner, which supported his wife and their ever growing family.
On average, gas cost 18 cents per gallon at the start of the 1950s and 25 cents per gallon at the end of the decade.
The economy was booming, new cars, suburban houses and other consumer goods were available to more people than ever before.
Car culture took off in the 1950s. President Eisenhower signed the FederalAid Highway Act in June of 1956 to create 41,000 miles of national highways. This made family road trips possible!
Televisions became something the average family could afford. The Golden Age of Television was marked by familyfriendly shows like I Love Lucy, The Honeymooners, The Twilight Zone and Leave It To Beaver.
The 1950s saw the emergence of Rock ‘n’ Roll, which swept across the nation.
The booming prosperity of the 1950s helped to create a widespread sense of stability in the United States. That consensus was a fragile one, and would be tested in the following decade.

See also  รับชม Live 📹 EP.9 ทบทวนบทเรียน พร้อม “นักเรียนหน้าห้อง” | ข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับ finansia hero

The 1950s in Color - Life in America

เล่าเรื่อง: สงครามโลกครั้งที่ 1 | Point of View


ติดต่องาน : contact@pointofview.site (งานเท่านั้น)
ทางไปซื้อสติกเกอร์ line http://line.me/S/sticker/1193089 และ https://line.me/S/sticker/1530409
ทางไปซื้อ วรรณคดีไทยไดเจสต์ http://godaypoets.com/thaidigest
ทางไปซื้อเสื้อ https://www.deehub.com/profile/98/viewcud
ติดตามคลิปอื่นๆ ที่ http://www.youtube.com/c/PointofView
ติดตามผลงานอื่นๆได้ที่
https://www.facebook.com/pointoofview/
twitter @pointoofview
หรือ
IG Point_of_view_th

ฟัง นิทานไทย วรรณคดีไทย สนุกๆ https://www.youtube.com/playlist?list=PLfqt6BlTNYnWUtrSsqOEiTjxVsJH_WBJl
ฟังเรื่องเกี่ยวกับ รามเกียรติ์ รามายณะ https://www.youtube.com/playlist?list=PLfqt6BlTNYnXfrgoQ5GVLgbjpzgOWplHi
Help us caption \u0026 translate this video!
https://amara.org/v/C2thm/

เล่าเรื่อง: สงครามโลกครั้งที่ 1 | Point of View

นอกจากการดูหัวข้อนี้แล้ว คุณยังสามารถเข้าถึงบทวิจารณ์ดีๆ อื่นๆ อีกมากมายได้ที่นี่: ดูบทความเพิ่มเติมในหมวดหมู่Wiki

You may also like

Leave a Comment